Our Focus

“เราไม่หยุดคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีและศักยภาพของนักวิจัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”

จากแนวโน้มการแข่งขันทางธรุกิจของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ขยายตัวมากขึ้นและการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มุ่งมั่นคิดค้น วิจัยและพัฒนา เพื่อก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มคุณค่าในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง และยังใส่ใจคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมทั้งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน

กลยุทธ์ด้านนวัตกรรม

ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รวมถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคตามกระแสโลก ตลอดจนการแข่งขันทางธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ขยายตัวมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายต่อ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งการจัดการนวัตกรรมที่ดีถือเป็น หัวใจสำคัญ ที่จะสร้างโอกาสในการขยายและเป็นผู้นำ ธุรกิจด้านเคมีภัณฑ์ บริษัทฯ จึงได้กำหนดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมให้ สอดคล้องกับทิศทางและแผนขับเคลื่อนขององค์กร โดยมุ่งเน้น การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองแนวโน้มความ ต้องการของผู้บริโภคและนักลงทุนในอนาคต

กลุ่มธุรกิจปัจจุบัน

สนับสนุนธุรกิจปัจจุบันและแผนพัฒนาธุรกิจในอนาคตเพื่อการเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง
  • การดำเนินการตามแผนพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้นและขั้นปลาย
  • การบูรณากระบวนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและครบวงจร (End-to-End innovation processes)
    • Application/ market platforms
    • Technology scouting & open innovation
    • Digital infrastructure & pilot plant

Magatrends-driven

แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆด้วย Corporate Venture Capital

การขยาย Portfolio การลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมใน 4 กลุ่มเทคโนโลยี

  • Advanced materials
  • Digital platforms
  • Biotechnology & Lifescience
  • Clean technology

การขยายผลร่วมกับพันธมิตร เพื่อแสวงหาโอกาสการสร้างธุรกิจใหม่ต่อยอดจากการลงทุนด้าน CVC


นวัตกรรมสู่อนาคต

เพื่อให้บริษัทฯ รักษาความสามารถทางการแข่งขันท่ามกลางความท้าทายและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน บริษัทฯ จึงวางกลยุทธ์ด้านวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมในสามกลุ่มธุรกิจดังต่อไปนี้

กลุ่มธุรกิจปัจจุบัน

  • Upstream Process Technology
  • Upstream Products
  • Polymers Products
  • Polyolefin Catalysts
  • Downstream Technology

มุ่งเน้นด้านการรักษาและการเพิ่มพูนขีดความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจฯ ผ่านการดำเนินงานวิจัยทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิตและลิตภัณฑ์ของกลุ่มธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และตัวเร่งปฏิกิริยาในกลุ่มพอลิเมอร์เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ตลาดและความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน

กลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโต

  • Compounding
  • Polyurethane Technology
  • Bio-based Chemicals & Bioplastics
  • Performance Chemicals & Materials for Growth

มุ่งเน้นด้านการผสานความร่วมมือกับเครือข่ายนวัตกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ ทั้งทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกคอมเปาวด์ โพลียูรีเธน เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพ ตลอดจนเคมีภัณฑ์และวัสดุประสิทธิภาพสูงอื่นๆ

กลุ่มธุรกิจใหม่

  • Advanced Materials
  • Materials for Clean & Green Technology
  • Specialty Chemicals/Materials

มุ่งเน้นด้านการพัฒนาวัสดุขั้นสูง วัสดุสำหรับเทคโนโลยีสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเคมีภัณฑ์และวัสดุชนิดพิเศษ เพื่อเป็นการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ตามแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกและตลาด ทั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การหากลุ่มลูกค้าถึงการหาตลาดใหม่ๆ

บริษัทฯ ได้จัดให้มีกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรด้านวิจัยพัฒนาให้สอดรับกับเป้าหมายอย่างชัดเจน และดำเนินการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรและเครือข่ายด้านวิจัยพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินงานด้านวิจัยพัฒนา ตลอดถึงการต่อยอดทั้งในด้านความรู้ ความสามารถ และเครือข่ายด้านการตลาดกับพันธมิตรภายนอก ให้สามารถผลักดันงานวิจัยพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ทั้งภายในและต่างประเทศได้อย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ

กระบวนการพัฒนาด้านนวัตกรรม

เพื่อให้การริเริ่มคิดค้นพัฒนาการสร้างนวัตกรรมใหม่ รวมถึงในการแก้ไขโจทย์ปัญหาที่ได้รับจากลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ตลอดจนลดความเสี่ยงในด้านต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการพัฒนานวัตกรรม บริษัทฯ จึงออกแบบกระบวนการเพื่อการพิจารณาโครงการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมด้านต่างๆ ตั้งแต่เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา การลงทุน ไปจนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งออกได้ 6 ขั้นตอน ดังนี้

การริเริ่มความคิด (Idea)

เป็นขั้นตอนการระดมความคิดเชิงนวัตกรรม (Idea generation) และคัดกรองความคิดเชิงนวัตกรรม (Idea screening) ที่นำไปสู่ขั้นตอนแรกของการจัดการทรัพยากรสำหรับทำโครงการ

การประเมินผลเบื้องต้น
(Scoping and Feasibility Study)

เป็นขั้นตอนการตกผลึกความคิดให้กลายเป็นธุรกิจที่เป็นรูปธรรม โดยมีการประเมินผลทางเทคนิคและทางธุรกิจของโครงการเพื่อแน่ใจได้ว่าเป็นการลงทุนที่ให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท

การทดลองในห้องปฎิบัติการ
(Lab Scale Experiment)

เป็นขั้นตอนของการปฏิบัติที่จะทำให้ความคิดเชิงนวัตกรรมเกิดขึ้นจริงและบรรลุผล ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือทางด้านการพัฒนากระบวนการใหม่ ขั้นตอนนี้จะกำหนดทิศทางการพัฒนาทั้งในระดับห้องปฏิบัติการของบริษัทที่ได้รับมาตรฐาน รวมถึงการไปร่วมคิดค้นกับพันธมิตรภายนอกบริษัท

การพัฒนาในขนาดใหญ่
(Large Scale devekopment)

เป็นขั้นตอนต่อเนื่องในการพัฒนาจากห้องปฎิบัติการไปสู่การทดลองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในสภาวะที่ใกล้เคียงกับกระบวนการผลิตจริง

การพัฒนาเชิงธุรกิจ
(Commercialization)

เป็นขั้นตอนในการเริ่มจัดจำหน่ายสินค้าและการพัฒนากระบวนการไปสู่การปฏิบัติในการผลิตเชิงธุรกิจของจริง

การติดตามหลังการขาย
(Post Launch Review)

เป็นขั้นตอนในการติดตามและประเมินผลตอบรับจากลูกค้า หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดหรือกระบวนการใหม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง


Our Innovation

เรามุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รวมถึงพัฒนากระบวนการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีโดยทีมนักวิจัยที่มีศักยภาพของจีซี อีกทั้งยังมีความร่วมมือทางด้านวิจัยพัฒนาร่วมกับกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมชั้นเลิศเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ด้วยศักยภาพของทีมวิจัยที่หลากหลายจากสายงานวิจัยและพัฒนา จีซีสามารถส่งต่อผลของความสำเร็จนวัตกรรมใหม่ๆ สู่มือผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยและพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมด้านกระบวนการผลิต และนวัตกรรมล้ำสมัย

จีซี มุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาเม็ดพลาสติก รวมถึงเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ ซึ่งถือเป็น เพื่อผลิตเป็นสินค้าต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยทีมนักวิจัยได้ริเริ่มสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และดำเนินการปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดสากล

ตัวอย่างความสำเร็จของนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ มีดังนี้

Innoplus HD5050S ได้ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างน้ำหนักโมเลกุลที่มีความแคบเป็นพิเศษ (Narrow MWD) ทำให้สามารถใช้กับกระบวนการผลิตเส้นใยหรือเส้นเทปที่มีความเร็วสูง ส่งผลให้ความสามารถในการดึงยืดเส้นใยในขั้นตอนการผลิตดีขึ้น เส้นใยที่ได้มีความเหนียวและความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งยังมีการควบคุมการผลิตเพื่อลดปริมาณเจลและสิ่งแปลกปลอม ทำให้ลดโอกาสขาดของเส้นใยระหว่างกระบวนการขึ้นรูป

การผลิตเส้นใยที่มีขนาดเล็กเป็นพิเศษเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น ตาข่ายทางการเกษตร เชือกอุตสาหกรรม ตาข่ายสำหรับการประมง รวมไปถึง ผ้าใบและบรรจุภัณฑ์ประเภทกระสอบพลาสติกสาน อีกด้วย

PlastMate PP07605JBK ได้ออกแบบให้เหมาะสมกับเทคนิคการขึ้นรูปแบบฉีดเข้าแม่พิมพ์ (Injection Molding Process) ซึ่งการทดสอบโดยดังกล่าวเป็นการทดสอบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ชั้นนำ โดยไม่พบปัญหาใดๆ ที่เกี่ยวกับขนาดและรูปร่างของชิ้นงาน และผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างสมบูรณ์ สูตรผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกออกแบบเฉพาะเพื่อให้มีสมบัติทนทานต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศตามที่มาตรฐานยานยนต์กำหนด เพื่อให้สามารถใช้สำหรับงานภายนอกยานยนต์ต่างๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีความคงทนต่อแรงดัดงอ (Flexural Modulus) และมีความคงทนแรงต่อกระแทก (Impact Strength Resistance) ที่สูง รวมถึงความเงาและมีความแวววาวของชิ้นงาน (Glossy Resin Part)

Innoplus LD2426K ได้รับการพัฒนาปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาการเสื่อมสภาพจากการเปลี่ยนสีของฟิล์ม โดยมีการศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณสารเติมแต่งป้องการการออกซิไดซ์กับการรักษาสมบัติไม่ให้เสื่อมสภาพของฟิล์ม พบว่าการเติมสารเติ่มแต่งป้องกันการออกซิไดซ์ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยชลอสภาพการเปลี่ยนสีของฟิล์มได้

ทีมนักวิจัยได้พัฒนาปรับปรุงสูตรการคอมพาวด์ LLDPE ร่วมกับ HDPE ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้มีคุณสมบัติเหมาะกับการขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหลอดบีบ โดยโครงการนี้มีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาและยกระดับกระบวนการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ของลูกค้า

HD1010S เป็นเม็ดพลาสติกชนิดโพลิเอทิลีน (Polyethylene) สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นใยสององค์ประกอบสำหรับการขึ้นรูปเป็น Nonwoven ใช้งานเกี่ยวกับ Hygiene Products ที่ต้องการผิวสัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ เช่น ผิวด้านหน้าของผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก ผ้าอนามัย และผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้น HD1010S ได้รับการออกแบบและพัฒนาให้มีโครงสร้างน้ำหนักโมเลกุลแคบเป็นพิเศษ จึงเหมาะสมในการใช้งานได้ทั้งกระบวนการผลิตเส้นใยแบบ Staple Fiber และ กระบวนการผลิต Spunbond Nonwoven

เม็ดพลาสติกชีวภาพคอมพาวด์ ผลิตจากวัสดุธรรมชาติพอลิแลคติก แอซิดและสามารถย่อยสลายได้ มีคุณสมบัติทนอุณหภูมิสูง (> 100oC) ออกแบบโดยใช้หลักการ Induced crystallization โดยการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบฉีดแม่พิมพ์ร้อน

สำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ขึ้นรูปด้วยการฉีด และสามารถนำไปใช้งานเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารร้อน และอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ

  • Cutlery
  • Food service ware
  • Food Container

จีซี ให้ความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างสม่ำเสมอ โดยทีมนักวิจัยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการค้นหาสาเหตุ วิเคราะห์ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มความสามารถในการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างความสำเร็จของนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิต มีดังนี้

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ได้มีความร่วมมือและดำเนินงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (Center of Excellence on Petrochemical and Materials Technology - PETROMAT) ซึ่งเป็นสมาคมที่พร้อมด้วยบุคลากรผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานวิจัยพัฒนาวัสดุ

ทีมนักวิจัยจากหน่วยงาน Upstream Innovation ของ จีซี และผู้เชี่ยวชาญจาก PETROMAT ร่วมกันคิดค้นวิจัยพัฒนาวัสดุตัวดูดซับประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการดูดซับก๊าซคลอไรด์ในกระบวนการของโรงงานอะโรเมติกส์ โดยวัสดุตัวดูดซับที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ สามารถช่วยลดค่าดำเนินการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับวัสดุตัวดูดซับทางการค้าที่ใช้ในปัจจุบัน นอกจากประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมแล้ว ทีมวิจัยได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรสูตรวัสดุตัวดูดซับดังกล่าว เพื่อเป็นรากฐานในการต่อยอดเชิงเทคโนโลยีและการนำตัวดูดซับไปใช้ประโยชน์เชิงการค้าในอนาคต

การพัฒนา Furnace Optimization Model โดยใช้หลักการของ Advance Analytic Model (AA) เป็นโครงการแรกของโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตของแครกเกอร์โอเลฟินส์ ซึ่งระบบนี้สามารถเพิ่ม Margin และ Reliability (Furnace run length) ของโรงงานโดยการปรับสภาวะของ Furnace ให้เหมาะสม เพื่อปรับพอร์ตของผลิตภัณฑ์ให้ได้ Margin สูงสุดตามสถานการณ์ตลาดปัจจุบันและยังคง maximize Furnace Availability (Run-length) ได้ด้วยเช่นกัน

ทีมนักวิจัยได้พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (Fin-Fan) ในโรงงานอะโรเมติกส์ โดยใช้การจำลองการสร้างโมเดลด้วย CFD พบว่าการติดตั้ง Inlet bell ที่ด้านล่างของวงแหวนพัดลมช่วยให้การไหลของลมสู่ระนาบของใบพัดลมดีขึ้น ทั้งนี้ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ Inlet Bell กว่า 24 ตัว เพื่อลดการใช้พลังงาน

จีซี ยังมีการเตรียมความพร้อมทางด้านงานวิจัยและพัฒนาเพื่อให้สามารถสร้างโอกาสในการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อที่จะเตรียมก้าวกระโดดต่อไปสู่ธุรกิจใหม่ในอนาคต โดยส่วนหนึ่งของทีมนักวิจัยยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการค้นหาความต้องการในอนาคต และยังมีการร่วมกันพัฒนาแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ กับพันธมิตรเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างความสำเร็จของนวัตกรรมล้ำสมัย มีดังนี้

ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่ภาวะโลกร้อน ซึ่งเชื่อกันว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คือตัวการสำคัญ เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ริเริ่มความร่วมมือในการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ประโยชน์ ภายใต้การดูแลของ รศ.ดร.คัมภีร์ พรหมพราย ตั้งแต่ปี 2559 โดยเริ่มต้นจากการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และโอเลฟินส์ เข้าสู่กระบวนการเร่งปฏิกิริยาทางเคมีเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น แลคโตน กรดคาร์บอกซิลิกไม่อิ่มตัว โพลียูรีเทนที่มีกลไกซ่อมแซมตัวเองได้ และไซคลิกคาร์บอเนต นอกจากสิทธิบัตรที่มีการยื่นขอไว้จำนวน 5 ฉบับ ทีมวิจัยร่วมยังได้รับรางวัลจากงาน Gold Level PTT Group RD&T Achievement Awards ในปี 2560 อีกด้วย ทั้งนี้ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) โดยความร่วมมือกับ GC มีความเชื่อมั่นที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น

เส้นพลาสติก PLA ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นวัสดุที่นิยมใช้กับเครื่อง FDM 3D printer มากที่สุด เนื่องจากใช้งานง่ายและไม่มีกลิ่นขนาดพิมพ์ เหมาะสำหรับทำชิ้นงานต้นแบบและโมเดลทั่วไป ทีมนักวิจัยได้พัฒนาเส้นพลาสติกชีวภาพคอมพาวด์จากพอลิแลคติก แอซิด และเส้นใยคาร์บอน (PLA-Carbon fiber compound filament) ขึ้นสำหรับชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่ต้องการความแข็งแรง ต้านทานการบิดงอ และขนาดที่แม่นยำ


News & Event